
หากย้อนกลับไปไม่กี่ปีที่ผ่านมา เวลาพูดถึง “สงครามแย่งชิงคนเก่ง” (Talent War) องค์กรส่วนใหญ่มักหมายถึงโปรแกรมเมอร์ วิศวกร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล แต่ในปี 2026 ภาพนั้นเปลี่ยนไปแล้ว
จากรายงาน 2026 Talent Shortage Survey ของ ManpowerGroup ซึ่งสำรวจนายจ้างกว่า 39,000 องค์กรใน 41 ประเทศพบว่า ทักษะด้าน Artificial Intelligence (AI) กลายเป็นทักษะที่นายจ้างทั่วโลก หาคนได้ยากที่สุดเป็นครั้งแรก แซงหน้าทักษะด้าน IT และวิศวกรรมที่เคยครองอันดับต้น ๆ มาโดยตลอด
ในขณะเดียวกัน ปัญหาการขาดแคลนแรงงานก็ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กรทั่วโลก โดย 72% ของนายจ้างระบุว่ากำลังประสบปัญหาในการจ้างงาน ซึ่งแทบไม่ต่างจากปีก่อนที่อยู่ที่ 74% มากนัก
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนว่าโลกการทำงานกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ AI ไม่ใช่เทคโนโลยีเฉพาะทางอีกต่อไป แต่กลายเป็นทักษะเชิงธุรกิจที่ทุกองค์กรต้องการนั่นเอง
ทำไม “ทักษะ AI” ถึงกลายเป็นทักษะที่ขาดแคลนที่สุด
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ ความต้องการ AI เพิ่มขึ้นพร้อมกันในแทบทุกอุตสาหกรรม เพราะปัจจุบันองค์กรในหลากหลายภาคธุรกิจเริ่มต้องการคนที่สามารถใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น วิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ, ปรับปรุงกระบวนการทำงาน, พัฒนาประสบการณ์ลูกค้า หรือสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
รายงานยังระบุว่าทักษะที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น AI Model & Application Development หรือ AI Literacy ได้กลายเป็นทักษะที่นายจ้างต้องการมากที่สุดในตลาดแรงงานโลก
ขณะที่ทักษะด้าน IT และ Data แบบดั้งเดิมกลับตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 7 ของทักษะที่หาคนได้ยากที่สุด สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างความต้องการทักษะอย่างรวดเร็ว

องค์กรต้อง Reskill และพัฒนาทักษะ AI ภายใน
รายงานของ ManpowerGroup ยังพบว่า 91% ของนายจ้างทั่วโลกกำลังใช้หลายกลยุทธ์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยแนวทางที่สำคัญที่สุดคือ
- Upskilling และ Reskilling พนักงานเดิม
- เพิ่ม ความยืดหยุ่นด้านเวลาการทำงาน
- เปิดโอกาสให้ทำงานจาก สถานที่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
- ปรับ ค่าตอบแทนเพื่อแข่งขันในตลาดแรงงาน
แนวโน้มนี้สะท้อนได้ว่า องค์กรเริ่มมองการพัฒนาคนในองค์กรเป็นทางออกที่ยั่งยืนมากกว่าการแข่งขันแย่งคนจากตลาดภายนอก
โดยเฉพาะทักษะด้าน AI literacy หรือความสามารถในการใช้ AI เพื่อสนับสนุนการทำงาน ซึ่งกำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานที่พนักงานในหลายสายงานจำเป็นต้องมี
บทบาท HR ในยุค AI Talent Crisis
สำหรับฝ่าย HR การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กลายเป็นโจทย์ของ Workforce Strategy อย่างเต็มตัว
เพราะหากองค์กรยังแก้ปัญหาด้วยการ “ซื้อคนจากตลาด” เพียงอย่างเดียว อาจต้องเผชิญกับต้นทุนค่าจ้างที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ในขณะที่องค์กรที่เริ่มพัฒนาแนวทางใหม่ เช่น การสร้าง AI Talent จากพนักงานภายใน, การออกแบบ Internal Mobility หรือกระทั่งการปรับรูปแบบงานให้ทำงานร่วมกับ AI จะสามารถสร้าง Talent Pool ของตัวเองได้รวดเร็วและยั่งยืนกว่า
บทบาทใหม่ของ HR ในยุค AI Native ใช้เทคโนโลยีอย่างไรโดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ ? |
จาก Digital Skills สู่ยุคของ AI Fluency
การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในวันนี้กำลังบอกเราอย่างชัดเจนว่า โลกการทำงานกำลังเคลื่อนจากยุคของ Digital Skills ไปสู่ยุคของ AI Fluency
ในอนาคตองค์กรที่ได้เปรียบที่สุด อาจไม่ใช่องค์กรที่สามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ได้เร็ว แต่เป็นองค์กรที่สามารถทำให้ พนักงานของตนเองเรียนรู้และใช้ AI ในการทำงานได้จริงเร็วที่สุด
เพราะท้ายที่สุดแล้ว AI ไม่ได้มีไว้เพื่อแทนที่มนุษย์ แต่มีไว้เพื่อยกระดับศักยภาพมนุษย์อย่างที่ใครหลาย ๆ บอกไว้
และองค์กรที่สามารถออกแบบงานให้ มนุษย์และ AI ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นองค์กรที่แข่งขันได้ดีที่สุดในยุคเศรษฐกิจใหม่
| Ref: |

