Search
Close this search box.

Data-Driven Hiring ลดการใช้ Feeling แล้วเพิ่มการใช้ Data ในการสรรหา

Data-Driven Hiring ลดการใช้ Feeling แล้วเพิ่มการใช้ Data ในการสรรหา

การแข่งขันเพื่อดึงดูดคนเก่งดุเดือดขึ้นทุกวัน การสรรหาพนักงานที่ใช่ ถ้าเลือกที่จะใช้ประสบการณ์หรือเซนส์ของ HR เพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจ โอกาสที่จะ Hiring ผิดพลาดก็มีสูง

แต่สมัยนี้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับการทำงานมากขึ้น เราสามารถใช้ 2 สิ่งนี้เพื่อช่วยให้การ Hiring สำเร็จได้มากขึ้น

3 ข้อสังเกตที่เราสามารถกลับไปย้อนดูองค์กรว่าถ้าเกิดปัญหาแบบนี้บ่อย ๆ ก็ควรปรับปรุงวิธีการ Hiring ในองค์กรแล้ว เช่น

  1. คิดว่าคัดคนมาดีแล้ว แต่พอทำงานจริงกลับไม่เป็นอย่างที่คาด
  2. พนักงานเริ่มงานแป๊บ ๆ กลับลาออกเร็ว
  3. จ้างคนผิด ต้องมาหาใหม่ซ้ำ ๆ

Data-Driven Hiring ลดการใช้ Feeling แล้วเพิ่มการใช้ Data ในการสรรหา

ถึงเวลาเปลี่ยนวิธีการคัดเลือก Data-Driven Hiring อาจจะเหมาะกับสถานการณ์แบบนี้

Data-Driven Hiring คือการใช้ข้อมูลสถิติจากการสรรหาที่ผ่าน ๆ มา ในการวิเคราะห์ กำหนด Criteria เพื่อดูว่าแนวทางไหนมีโอกาสประสบความสำเร็จ และเหมาะกับองค์กรเรามากที่สุด ลดการตัดสินด้วยความรู้สึก

วิธีนี้จะช่วยให้ HR เลือกผู้สมัครที่มีศักยภาพสูงสุด ลดอัตราการลาออก และช่วยให้องค์กรได้คนที่ใช่ตั้งแต่แรก ไม่ต้องเสียเวลาและต้นทุนไปกับการจ้างงานผิดพลาด

มาดูกันว่า Data-Driven Hiring ทำงานอย่างไร และช่วยให้การสรรหามีประสิทธิภาพขึ้นได้แบบไหนบ้าง?

Data-Driven Hiring ลดการใช้ Feeling แล้วเพิ่มการใช้ Data ในการสรรหา

ใช้ Data ช่วยวิเคราะห์คนที่ใช่สำหรับองค์กร

ก่อนจะเริ่มหาคนใหม่ ต้องรู้ก่อนว่าองค์กรต้องการคนแบบไหน ?

  • วิเคราะห์จากข้อมูลพนักงานที่ประสบความสำเร็จในองค์กร – คนเก่งในทีมมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?
  • ดูข้อมูล Exit Interview – คนที่ลาออกมีปัญหาตรงไหน? จะปรับปรุงได้อย่างไร?
  • เช็ก Performance Data – พนักงานที่ทำงานได้ดีส่วนมากมีประสบการณ์จากไหน มีทักษะอะไร?

วิเคราะห์ข้อมูล Candidate Experience เพื่อปรับปรุงกระบวนการจ้างงาน

การเก็บข้อมูลสถิติการจ้างงานแบบละเอียด ลึกไปถึงจำนวน ระยะเวลาในขั้นตอนต่างๆ จะช่วยให้เรามองเห็นปัญหาในองค์กรได้ง่ายขึ้น ซึ่งการใช้ Tools อย่าง ATS (applicant tracking system) ก็จะสามารถช่วยขั้นตอนนี้ได้

  • ดูข้อมูลอัตราการ Drop-off ของผู้สมัคร – กี่คนที่เริ่มสมัครงานแต่ไม่จบขั้นตอน
  • เช็กเวลาการจ้างงาน (Time to Hire) – ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มเปิดตำแหน่ง ถึงจ้างงานสำเร็จ
  • วิเคราะห์ Feedback จากผู้สมัคร – ผู้สมัครคิดยังไงกับกระบวนการสัมภาษณ์
Visier x Saturday Consulting ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics

ปลดล็อกศักยภาพคนด้วยข้อมูล Workforce Analytics

ใช้ Predictive Analytics ทำนายความสำเร็จของผู้สมัคร

แทนที่จะดูแค่ประสบการณ์ในอดีต ลองใช้ Predictive Analytics เพื่อคาดการณ์ว่า ผู้สมัครคนไหนมีโอกาสประสบความสำเร็จในงานมากที่สุด

  • Personality & Behavioral Data – ใช้แบบทดสอบบุคลิกภาพเพื่อดูว่าเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรหรือไม่
  • Performance Benchmarking – เปรียบเทียบข้อมูลผู้สมัครกับพนักงานที่ทำงานได้ดีในตำแหน่งเดียวกัน
  • Machine Learning – ระบบเรียนรู้จากข้อมูลพนักงานในอดีตเพื่อช่วยคัดเลือกผู้สมัครที่มีศักยภาพสูง

วัดผลและปรับปรุงกระบวนการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง

การใช้ Data-Driven Hiring ต้อง มีการวัดผลและปรับปรุงอยู่เสมอ

  • อัตราความสำเร็จของการจ้าง (Quality of Hire) – พนักงานใหม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ?
  • Retention Rate – พนักงานใหม่อยู่กับองค์กรนานแค่ไหน
  • Cost per Hire – ค่าใช้จ่ายในการสรรหาต่อคนเป็นเท่าไหร่

บทสรุป 

การจ้างงานไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึก แต่ต้องอาศัยข้อมูลที่แม่นยำ เพื่อให้องค์กรได้พนักงานที่เหมาะสมที่สุดตั้งแต่วันแรก 

CTA in Content Website 1600 x 500

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้