
อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมัน เป็นธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันสูง การจะยืนหยัดและเติบโตได้ท่ามกลางความท้าทาย จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญนั่นคือ วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และทรัพยากรบุคคลที่มากความสามารถ
Star Petroleum Refining Public Company Limited (SPRC) คือผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ที่มีทุกอย่างที่องค์กรชั้นแนวหน้าต้องการ ไม่เพียงแค่ความแข็งแกร่งทางธุรกิจ แต่ยังมีพนักงานชั้นยอด ที่โอบรับวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง “One Caring Family” ซึ่งผสมผสานทุกคนให้เป็นครอบครัวเดียวกันที่มีเป้าหมายเดียวกัน
วัฒนธรรมนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ SPRC คว้า 4 รางวัลจาก HR Asia ได้แก่ Best Companies to Work For, Diversity, Equity & Inclusion Awards, Most Caring Company Awards และ Sustainable Workplace Awards ตั้งแต่ปีแรกที่เข้าประกวด
HREX ได้สัมภาษณ์คุณณรงค์ ไตรโยธี Executive Vice President – Refinery Operations (รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านปฏิบัติการโรงกลั่น) และ คุณจริยา วึนเชอ Vice President – Human Resources (ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล) ผู้ถือโอกาสนี้พาไปสำรวจเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากความตั้งใจบริหารคนให้เป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางการแข่งขันที่ไม่หยุดนิ่ง ถ้าพร้อมแล้ว ไปติดตามกันได้เลย
วัฒนธรรม One Caring Family ของ SPRC คืออะไร ทำไมถึงมีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร ?
คุณณรงค์: เรามีวิสัยทัศน์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังคือ “One Caring Family, Energizing Our Future” หรือ ครอบครัวแห่งความห่วงใย ร่วมสร้างพลังเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของเรา เราต่างจดจำอย่างขึ้นใจว่า เราดูแลกันอย่างคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่ทำงานแล้วแยกย้ายกลับบ้าน แต่เรามีความผูกพันแบบพี่น้อง บางทีก็เหมือนพ่อแม่กับลูกเลยด้วยซ้ำ
Mission ของเราก็สอดคล้องกัน คือ
- Invest in our people enhancing SPRC’s caring family culture and performance delivery – มุ่งเน้นการลงทุนในการพัฒนาบุคลากร เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมครอบครัวแห่งความห่วงใย และการปฏิบัติงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์
- Deliver safe, reliable, and sustainable operations – มุ่งมั่นดำเนินงานอย่างยั่งยืน ด้วยความปลอดภัยและเชื่อถือได้
- Strengthen competitiveness through smart and timely investment – มุ่งพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน โดยการลงทุนในเวลาที่เหมาะสม เพื่อผลตอบแทนที่ดีที่สุด
- Exceed customer and stakeholder expectations – มุ่งสร้างความพึงพอใจอย่างสูงสุดให้กับผู้มีส่วนได้เสีย
เรามี Refinery Operation เป็นแกนกลาง และมีธุรกิจ Fuels Marketing ที่เข้ามาเสริมพอร์ต ทำให้ SPRC กลายเป็นองค์กรที่ครบวงจรมากขึ้น และเติบโตได้ทั้งในเชิงธุรกิจและความสัมพันธ์ภายในครับ
ถ้าใครได้มาเยี่ยมชมโรงกลั่นด้วยตัวเอง จะเห็นว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ที่ทำงาน แต่เป็นบ้านหลังใหญ่ที่มีคนอยู่ร่วมกันกว่า 700 คน เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยที่ไม่ใช่แค่ในเชิงปฏิบัติการ แต่หมายถึงความปลอดภัยทางใจภายใต้แนวคิด Incident and Injury Free (IIF) คือ “การมาทำงานและกลับบ้านปลอดภัยในทุก ๆ วัน” หมายถึงการดูแลตัวเอง ดูแลกันและกันตลอด 24 ชั่วโมงครับ
คุณจริยา: ใช่เลยค่ะ คำว่า One Caring Family สำหรับเรา ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ บนโปสเตอร์ แต่มันคือความรู้สึกที่เราใส่ลงไปในการต้อนรับพนักงานใหม่ การพูดคุยกันในทีม และเวลาที่เราได้ทำกิจกรรมด้วยกัน
เมื่อปีที่แล้ว SPRC ได้เข้าซื้อธุรกิจการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์” และมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว SPRC เราเลยเพิ่มอีกหนึ่งวัฒนธรรมสำคัญคือ One Team คือเราต้องทำให้คนจากสองวัฒนธรรม ผสานกันเป็นทีมเดียวกันได้จริง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนโลโก้ แต่เปลี่ยน Mindset วิธีทำงาน การสร้าง เป้าหมายร่วมกัน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ นี่คือความท้าทายและความภูมิใจในเวลาเดียวกันค่ะ
การหลอมรวมวัฒนธรรมนี้เป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ก็เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่เราภูมิใจที่สุดเช่นกัน เพราะเราสามารถทำให้คนจากองค์กรเดิมที่เคยเป็นลูกค้า-ผู้ผลิตกันมาก่อน มาเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน ทำงานใต้กระบวนการเดียวกัน และมองภาพใหญ่ร่วมกันได้สำเร็จ
ตอนแรกเราไม่ได้คิดว่าจะมาทำงานที่นี่ แต่พอตัดสินใจมาตั้งรกรากกัน กลายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตเลยค่ะ ที่ SPRC เรามีความหลากหลายทั้งในแง่เชื้อชาติ วัฒนธรรม เพศ วัย และความคิด ซึ่งไม่ใช่แค่พูดไว้ในเอกสาร แต่มันเกิดขึ้นจริง ๆ ในชีวิตประจำวัน
เราเชื่อว่าวัฒนธรรมแบบนี้แหละ ที่ทำให้การทำงานของ HR ไม่ใช่แค่การบริหารคน แต่คือการดูแลครอบครัวไปด้วยกัน

ด้วยวัฒนธรรม “One Caring Family” และ “One Team” ที่มีรากฐานแน่นแล้ว SPRC ยังมีกลยุทธ์ในการบริหารคนอย่างไรบ้าง จนทำให้สามารถคว้ารางวัล HR Asia Awards มาครองได้ถึง 4 รางวัลในปีแรกที่ส่งชื่อเข้าประกวด
คุณจริยา: ต้องบอกก่อนเลยว่ารางวัลไม่ใช่เป้าหมายหลักของเราค่ะ สิ่งที่เราทำมาตลอด เราทำเพื่อพนักงานจริง ๆ รางวัลที่ได้มันเป็นผลพลอยได้จากความตั้งใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่พอได้รับรางวัล ก็ยิ่งทำให้พนักงานรู้สึกภูมิใจมากขึ้น ว่าองค์กรที่เขาอยู่ไม่ได้แค่ดีในความรู้สึก แต่ยังได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วย
กลยุทธ์ด้านคนของเรา มี 3 เสาหลักคือ
1. People Capability – สร้างสมรรถนะของคนและองค์กร
เราวางโครงสร้างพัฒนาคนผ่านกรอบที่เรียกว่า We Lead Framework ซึ่งเราปรับใช้จากบริษัทแม่อย่าง Chevron เพื่อให้เหมาะกับ SPRC ซึ่งประกอบไปด้วย
- A: Align & Inspire – ทุกคนต้องเข้าใจเป้าหมายองค์กร และทำงานในทิศทางเดียวกัน
- B: Build Relationship – สร้างความสัมพันธ์ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ
- C: Grow Capability – พัฒนาอย่างต่อเนื่อง มี Career Path ที่ชัดเจน
- D: Deliver Results – ไม่ใช่แค่พยายาม แต่ต้องสร้างผลงานจริง
เราฝังแนวคิด A-B-C-D นี้ไว้ในทุกจุดของ HR ตั้งแต่การสรรหา, Onboarding, Performance Review, Succession Plan ไปจนถึง Leadership Development
2. People Culture – วัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการเติบโต
เราสร้างวัฒนธรรม “One Team, One Family” ที่ไม่ได้แค่ดูดีในคำพูด แต่เกิดขึ้นในชีวิตจริง โดยเฉพาะหลังจากมีการรวม ธุรกิจการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้แบรนด์คาลเท็กซ์ เข้ามา เราต้องหลอมรวมคนสองวัฒนธรรมให้กลายเป็นทีมเดียวให้ได้ มีทั้งกิจกรรม Onboarding ที่เชื่อมต่อ Refinery กับ Fuel Marketing, เวิร์กช็อปผู้นำ, Monthly Leadership Meeting ที่พูดคุยกันด้วยภาษาอังกฤษเพื่อสร้างความกลมกลืนระหว่างคนไทยและต่างชาติ รวมถึงกิจกรรมภายในอย่าง Entertain-Engage-Educate เพื่อเชื่อมโยงคนต่างวัยให้เข้าใจกัน
3. HR Digitization – ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนศักยภาพ
ในยุคนี้ HR จะดูแลพนักงานได้ดีต้องมีข้อมูลและเครื่องมือด้วย เรามี Digital Committee ที่ช่วยขับเคลื่อน HR Tools เช่น ใช้ SuccessFactors เพื่อบริหารผลงาน (Performance Management), พัฒนา Self-Service Portal สำหรับพนักงาน, ลงทุนกับ Digital Culture Mindset ให้พนักงานทุกเจนเข้าใจเทคโนโลยี และเราเริ่มใช้ AI / Co-Pilot เพื่อเสริม Productivity แล้วในปีนี้
สิ่งเหล่านี้ทำให้เราพร้อมตอบโจทย์ความท้าทายในยุค Disruption อย่างแท้จริงค่ะ
อะไรคือ “หัวใจ” ที่ทำให้ SPRC ชนะใจคณะกรรมการและได้ถึง 4 รางวัลในปีแรกที่ส่งชื่อเข้าประกวด?
คุณจริยา: หลัก ๆ มี 4 จุดที่เราโดดเด่นค่ะ
- Human Rights & Fairness – เรามีระบบเดียวในการจ่ายค่าจ้างและการดูแล ไม่มีแบ่งเพศหรือเชื้อชาติ ทุกคนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน
- Diversity & Inclusion – เรามีผู้นำหญิงในทีมบริหารถึง 30% และเปิดรับพนักงานหญิงในสายงาน Operation มากขึ้นเรื่อย ๆ
- Well-Being – มีระบบดูแลทั้งกาย ใจ และการเงิน เช่น Employee Assistance Program, โต๊ะนั่ง-ยืน, Flex Benefit ปีละ 30,000 บาท ฯลฯ
- People Development – เรามีงบ 5-6 แสนดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อปีสำหรับพัฒนาบุคลากร มีคอร์สเรียนกว่า 1,700 คอร์ส รวมถึงส่งไปอบรมนอกสถานที่ตามแผนงานรายบุคคล
พอ SPRC มีความหลากหลายสูงมาก ทีม HR เจอความท้าทายตรงนี้อย่างไร และมีวิธีรับมือยังไงครับ?
คุณจริยา: HREX แตะจุดสำคัญมากค่ะ เรามีพนักงานทั้งรุ่น Baby Boomer, Gen X, Gen Y, Gen Z อยู่ร่วมกันในองค์กรเดียว แต่ความซับซ้อนในที่นี้ไม่ใช่แค่เรื่อง Generation Gap เท่านั้น แต่ยังมีความซับซ้อนทางวัฒนธรรมด้วย เพราะยังมีผู้บริหารต่างชาติจากหลายประเทศ เช่น อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย เข้ามาทำงานด้วย
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกอย่างกลมกล่อมได้ คือวัฒนธรรม One Caring Family ที่เราสร้างร่วมกันมาเป็นเวลานานนั่นเองค่ะ
คุณณรงค์: สิ่งที่เราทำคือออกแบบ Onboarding Program ที่ไม่ได้เน้นแค่ข้อมูล แต่สร้าง Connection อย่างแท้จริงครับ เราเรียกว่า “Build the Culture, Build the Future” พอพนักงานใหม่เข้ามา เขาจะได้รู้เลยว่า SPRC เป็นใคร และเขาอยู่ในภาพใหญ่นี้ตรงไหน
โดยเฉพาะช่วงที่เรารวม Fuel Marketing เข้ามา มีพนักงานใหม่เข้ามาจำนวนมาก เราจัด onboarding หลายรอบมาก สนุกด้วย มีสาระด้วย และที่สำคัญคือทำให้เขารู้สึกอบอุ่นครับ
นอกจากนี้เรายังจัดเวิร์กช็อปสำหรับหัวหน้างานและ Supervisor เพื่อให้เข้าใจวิธีเข้าหาเด็ก Generation ใหม่ เพราะวิธีสอนแบบ 10 ปีก่อน ใช้กับคนรุ่นนี้ไม่ได้แล้ว เราต้องสอนหัวหน้าให้เข้าใจความคิดของเด็ก ๆ ด้วย
เราเน้นทั้ง Soft Skill, เทคนิคการโค้ช, การให้ Feedback ที่ตรงจริตคนรุ่นใหม่ ซึ่งก็กลายเป็น Learning Journey ของหัวหน้าไปด้วยในตัว
การแลกเปลี่ยนระหว่างรุ่น มีวิธีสร้างการเรียนรู้แบบ 2 ทางยังไงบ้างครับ?
คุณณรงค์: เรามีแนวคิดที่เรียกว่า “พี่สอนน้อง – น้องสอนพี่” ครับ เราใช้ Operation Progression Skill (OPS) เป็น Career Ladder ที่ชัดเจน ใครเข้ามาก็รู้ว่าถ้าอยากเติบโตต้องเรียนรู้อะไรบ้าง แต่ไม่ใช่แค่เทคนิคจากพี่อย่างเดียว ตอนนี้น้อง ๆ หลายคนเก่งเรื่องเทคโนโลยีมาก เราเลยเปิดโอกาสให้เกิด Reverse Mentoring ด้วย น้องสอนพี่เรื่องดิจิทัล พี่สอนน้องเรื่องประสบการณ์ ทำให้การเรียนรู้มันหมุนเวียน ไม่ใช่ด้านเดียว
คุณจริยา: เรามีกิจกรรมภายในที่เน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง Generation เยอะมากค่ะ เช่น Live Talk, Knowledge Sharing, Workshop ที่ออกแบบให้ทั้ง Educate – Entertain – Engage มีทั้งสาระและความสนุก
เรายังออกแบบกิจกรรมที่เจาะกลุ่มเป็นทีม เช่น Production Unit ของคุณณรงค์ ที่มีพนักงานเข้าร่วมเกือบ 300 คน เราจัดเวิร์กช็อปให้พวกเขาช่วยกันคิดเลยว่า ปีนี้อยากทำกิจกรรมอะไรเพื่อสร้างสัมพันธ์ระหว่างเจน แล้วให้เขาออกแบบเอง เราแค่เป็นผู้สนับสนุน
ในแง่การบริหารความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะคนต่างชาติที่ทำงานกับคนไทย SPRC มีแนวทางยังไงครับ?
คุณจริยา: เรามีทั้งแนวทางที่เป็นโครงสร้าง และกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมค่ะ ในระดับผู้บริหาร เรามี Leadership Workshop ปีละ 2 ครั้ง ที่ให้ผู้บริหารจากทั้งสองบริษัท (Refinery และ Commercial) มาร่วมกันเรียนรู้และแชร์มุมมอง บางครั้งก็มี Team Building เพื่อเพิ่มความเข้าใจกัน
ทุกเดือนก็จะมี Leadership Meeting ที่เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำคนไทย และทำให้ทีมข้ามวัฒนธรรมทำงานได้ราบรื่นขึ้น
คุณณรงค์: เราเป็น International Company เลยมีวัฒนธรรมผสมผสานกันอยู่แล้ว พนักงานไทยเองก็มีโอกาสไปทำงานที่อเมริกา หรือออสเตรเลียบ้าง ฝั่ง Chevron ก็มาทำงานร่วมกับเรา
สุดท้ายมันเลยไม่ใช่แค่การอยู่ร่วมกัน แต่เป็นการผสมผสานกันจนเป็นหนึ่งเดียวครับ ซึ่งเราภูมิใจมากที่ทำได้
จากที่ฟังมา SPRC น่าจะเป็นองค์กรที่หลายคนอยากร่วมงานด้วย แล้วในมุมของ HR เอง คุณสมบัติแบบไหนที่ SPRC มองหาในพนักงานใหม่ที่อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ?
คุณจริยา: เราไม่ได้มองแค่คนเก่ง แต่เรามองหาคนที่เก่งและดีค่ะ ในเมื่อ SPRC เป็นองค์กรที่ทำงานด้วยกันแบบครอบครัว คนที่เข้ามาแล้วทำงานคนเดียวแบบ One Man Show อาจจะไม่ใช่ทางเราค่ะ
สิ่งที่เราดูเป็นหลักเลยคือ 2 มิติคือ Functional Competency – เก่งจริงในสายงาน และ Behavioral Fit – มีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรของเรา
เราจะใช้ We Lead Framework ที่เล่าไปก่อนหน้านี้มาช่วยประเมินตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์ เช่น ถามว่าเขา Align เป้าหมายได้ไหม? สร้างความสัมพันธ์ได้หรือเปล่า? มี Growth Mindset แค่ไหน?

เมื่อรับเข้ามาแล้ว SPRC ดูแลคนอย่างไรให้เขาอยู่ได้นาน ๆ และเติบโตไปกับองค์กร ?
คุณณรงค์: เรามีความเชื่อว่า “คนที่ใช่ ไม่ใช่แค่อยู่รอดในองค์กร แต่ต้องเติบโตไปกับองค์กรได้” ถ้าดูเฉพาะใน Operation คนที่เข้ามาอยู่กับเราส่วนใหญ่จะอยู่จนเกษียณ ไม่ค่อยมีใครลาออกเลย เพราะเราสร้างความผูกพันได้จริง ๆ
คุณจริยา: อัตราการลาออกของเราน้อยมากค่ะ เฉลี่ยไม่ถึง 2% ต่อปี แล้วที่สำคัญคือ ไม่มีใครออกเพราะเหตุผลเรื่องเงินเดือน เพราะเราจ่ายในระดับ Top Tier ของกลุ่มธุรกิจ Refinery และ Petrochemical อยู่แล้ว
ที่สำคัญคือเรามี Career Path ชัดเจน, มีงบพัฒนา Learning สูง, มี Flexibility และ Well-Being ที่ดูแลตั้งแต่กาย ใจ ไปจนถึงครอบครัวของพนักงานด้วย
ถ้ามีคนรุ่นใหม่ที่สนใจอยากทำงานในสาย HR หรือองค์กรคุณภาพแบบ SPRC ทั้ง 2 ท่านอยากฝากอะไรถึงพวกเขาบ้าง ?
คุณจริยา: คำถามนี้ดีมากเลยค่ะ เพราะงาน HR สมัยนี้ไม่ใช่แค่งานเอกสาร หรือ Support เบื้องหลังอีกต่อไปแล้ว วันนี้ HR ต้องเป็นหนึ่งในผู้นำการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ต้องกล้าคิด กล้าทำ กล้าร่วมมือกับธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นจริง
สิ่งที่ HR ยุคใหม่ต้องมี ขอสรุป 4 อย่าง:
- Adaptability & Resilience – ต้องปรับตัวได้เร็ว รับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้าใจและมั่นคง
- Business Acumen – เข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง เพื่อจะออกแบบ People Strategy ที่ตอบโจทย์จริง
- Digital Literacy – ใช้เทคโนโลยีได้อย่างชาญฉลาด ไม่ใช่แค่ใช้ได้ แต่ต้องคิดได้ว่าจะใช้ “เพื่ออะไร”
- Lead with Empathy – เข้าใจคน เข้าใจเจตนา และทำงานด้วยหัวใจ
สุดท้ายคือ HR ต้องมี Passion จริง ๆ ค่ะ เพราะเราดูแล “คน” และคนคืองานที่ละเอียดอ่อนที่สุดในโลก
คุณณรงค์: ผมอยากเสริมว่า… ถ้าน้อง ๆ รู้ตัวว่าอยากอยู่ในองค์กรที่ให้คุณค่ากับความเป็นมนุษย์ อยากเติบโตทั้งในด้านอาชีพและชีวิตส่วนตัว SPRC เป็นบ้านหลังนั้นได้ครับ ไม่ว่าจะสายงานไหน ขอแค่เป็นคนที่เก่งและดี มีใจอยากเรียนรู้ เข้าใจคำว่าทีมกับครอบครัว พวกเราที่ SPRC พร้อมเปิดประตูต้อนรับเสมอ
และที่สำคัญที่สุดคือ “ทำงานปลอดภัย กลับบ้านปลอดภัย” เพราะนี่คือความห่วงใยขั้นพื้นฐานที่สุดของการเป็นครอบครัวเดียวกัน

