
ในยุคที่องค์กรต่างแข่งขันกันเพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานคนเก่งเอาไว้ การบริหารทรัพยากรบุคคลจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
Forvis Mazars ประเทศไทย เป็นหนึ่งในตัวอย่างขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับ พนักงานเป็นศูนย์กลาง ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเติบโต และผลักดันให้พนักงานมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จนสามารถคว้ารางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 รางวัลอันทรงเกียรติที่สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านงาน HR ระดับเอเชีย
แล้วอะไรคือหัวใจสำคัญของแนวทางการบริหารบุคลากรที่ทำให้ Forvis Mazars โดดเด่นกว่าใคร ? HREX ได้สัมภาษณ์คุณ ร็อบ ฮูเรนคัมป์ (Mr. Rob Hurenkamp) Managing Partner และคุณ เบลค ดิมส์เดล (Blake Dimsdale) Audit Partner ประจำ Forvis Mazars Thailand เพื่อค้นหาแนวคิดและกลยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรแห่งนี้

แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัทคุณเป็นอย่างไร และปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทของคุณได้รับรางวัล HR Asia คืออะไร ?
Forvis Mazars: ที่ Forvis Mazars ประเทศไทย เรามุ่งเน้นแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ให้ความสำคัญกับ ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Employee Well-being) และ การมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee Engagement) เราเชื่อว่าเมื่อพนักงานรู้สึกมีคุณค่า ได้รับการสนับสนุน และมีความผูกพันกับองค์กร พวกเขาจะมีพลังในการขับเคลื่อนความสำเร็จ ไม่เพียงแต่สำหรับตัวเอง แต่ยังรวมถึงบริษัทโดยรวม
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราได้รับรางวัล HR Asia คือการรับฟังความคิดเห็นของพนักงานและสร้างการมีส่วนร่วมที่มีความหมาย เราให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจความท้าทายของพนักงาน สนับสนุนการเติบโตทางวิชาชีพ และปรับปรุงประสบการณ์การทำงานโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของพนักงาน เราทำให้ Forvis Mazars ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ทำงาน แต่เป็นชุมชนที่พนักงานรู้สึกมีแรงจูงใจในการนำความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญมาสร้างสรรค์ผลงาน
บริษัทของคุณส่งเสริมการทำงานร่วมกันและสร้างความสามัคคีระหว่างพนักงานต่างเจเนอเรชันอย่างไร และทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญในที่ทำงานปัจจุบัน ?
Forvis Mazars: ที่ Forvis Mazars เราส่งเสริม วัฒนธรรมการทำงานที่ครอบคลุม (Inclusive Work Culture) ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานจากทุกเจเนอเรชันสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น เรามีนโยบายการทำงานที่ ยืดหยุ่น (Flexible Work Policies) เช่น การกำหนดเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Hours) และทางเลือกในการทำงานระยะไกล (Remote Work Options) เพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานในแต่ละช่วงวัย
นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ผ่านการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานทุกช่วงวัยสามารถอัปเดตทักษะใหม่และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรายังจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในองค์กร (Team-Building Activities) เช่น การพบปะสังสรรค์รายไตรมาส (Quarterly Lunches), งานเลี้ยงพนักงาน (Staff Parties) และทริปกับบริษัท (Company Outings) เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและกระตุ้นการมีส่วนร่วมระหว่างคนต่างวัย
การสร้างความร่วมมือระหว่างเจเนอเรชันเป็นสิ่งสำคัญในที่ทำงานยุคใหม่ เพราะช่วยกระตุ้นนวัตกรรม (Innovation), การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing) และเสริมสร้างความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว

แนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลที่สำคัญที่สุดซึ่งจะกำหนดอนาคตของตลาดแรงงานในทศวรรษหน้าคืออะไร ?
Forvis Mazars: ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนแปลง และมีแนวโน้มสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของ HR ในทศวรรษหน้า ได้แก่ AI และระบบอัตโนมัติ (AI & Automation): ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาช่วยให้ HR ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น เช่น การคัดกรองเรซูเม่ (Resume Screening) และการวิเคราะห์ฟีดแบ็กพนักงาน (Employee Feedback Analysis) ทำให้ฝ่าย HR สามารถมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ในภาพรวมได้มากขึ้น
Well-being ของพนักงาน: ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานจะเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร โดยเฉพาะการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Work), การสนับสนุนสุขภาพจิต (Mental Health Support) และโปรแกรมสร้างความมั่นคงทางการเงิน (Financial Wellness Programs) เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน
การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ (Data-Driven Decision Making): การนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์เพื่อพัฒนากระบวนการสรรหาบุคลากร, การบริหารผลงาน และการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร
การเติบโตของ Gig Economy: การจ้างงานแบบฟรีแลนซ์และการทำงานทางไกลจะขยายตัวมากขึ้น เปิดโอกาสให้ทั้งองค์กรและพนักงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
Diversity, Equity & Inclusion (DEI): ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นนวัตกรรมและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี
การทำงานแบบรีโมตและไฮบริด (Remote & Hybrid Work): การทำงานทางไกลจะยังคงเป็นแนวโน้มหลัก ทำให้องค์กรต้องหาวิธีใหม่ๆ ในการสร้างความผูกพันและการมีส่วนร่วมของพนักงาน
การปรับตัวให้ทันกับแนวโน้มเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรสามารถแข่งขันได้ สร้างทีมที่แข็งแกร่ง และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่พร้อมรับอนาคต
คุณมีคำแนะนำอะไรให้กับผู้นำด้าน HR รุ่นใหม่เพื่อเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ?
Forvis Mazars: ผู้นำด้าน HR ต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ ในยุคที่ AI และการแข่งขันทางธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ตัวอย่างเช่น เมื่อ 10 ปีก่อน หลายคนกังวลว่า AI จะมาแทนที่นักบัญชี แต่ในความเป็นจริง ความต้องการนักบัญชีกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่สามารถพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องจะยังคงเป็นที่ต้องการเสมอ
แทนที่จะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ผู้นำ HR ควรเปิดรับและปรับตัว AI จะเข้ามาเปลี่ยนอุตสาหกรรม และ ความคล่องตัว (Agility) HR ควรใช้ประโยชน์จากแนวโน้มใหม่ๆ, ปรับปรุงการพัฒนาองค์กร, และสร้างการสื่อสารที่แข็งแกร่งกับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
อนาคตต้องการผู้นำที่มีความยืดหยุ่น เต็มไปด้วยนวัตกรรม และมีแนวคิดเชิงรุก หาก HR สามารถพัฒนาระบบที่ตอบโจทย์และก้าวนำหน้าความท้าทาย องค์กรจะสามารถสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่แข็งแกร่งและเติบโตได้ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

