
รางวัลด้าน HR อาจไม่ใช่เป้าหมายแรกที่ HR ทุกคนมุ่งหวังจากการทำงาน แต่หากสามารถคว้ามาครองได้ ย่อมถือเป็นผลพลอยได้ที่ช่วยให้ทุกคนภาคภูมิใจ ว่าที่มุ่งมั่นทำงานอย่างหนักมาตลอดเพื่อเพื่อนพนักงานและองค์กรนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
Watsons Thailand คือองค์กรที่โดดเด่น ไม่เพียงแค่ได้รับรางวัล Best Company To Work For in Asia ไปครองได้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันจาก HR Asia แต่ยังคว้ารางวัลพิเศษ Diversity Equity & Inclusion Awards และ Most Caring Company Awards รวมถึง Sustainable Workplace Awards มาครองได้ด้วย บ่งชี้ว่า HR ขององค์กรนั้นทำงานอย่างหนักจริง ๆ เพื่อสร้างองค์กรให้เป็นศูนย์รวมคนเก่ง และศูนย์รวมแห่งโอกาส
และนี่เป็นอีกปีที่ HREX ได้พูดคุยกับคุณ จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล วัตสัน ประเทศไทย ถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้น มาดูกันดีกว่าว่าแนวทางการสร้างองค์กรของ Watsons Thailand ในปีนี้มีอะไรที่แตกต่างไปจากปีก่อน ๆ บ้าง และแต่ละองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร
Watsons Thailand มีแนวทางบริหารงาน HR อย่างไร และปัจจัยใดที่ทำให้ได้รับรางวัล HR Asia ?
จิระวัฒน์: เราได้รับรางวัล Best Company To Work For in Asia ในฐานะบริษัทดีเด่นแห่งเอเชียที่น่าร่วมงานด้วยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน เพราะเราได้รับ “ความยอมรับจากเพื่อนพนักงานของเรา” ด้วยการกำหนดเป้าหมายการทำงานและทิศทางการเติบโตและขยายธุรกิจที่ชัดเจน การทำงานร่วมกันเป็นทีมและการฉลองความสำเร็จร่วมกัน การดูแลและให้ความใส่ใจ (Wellbeing) กับเพื่อนพนักงานกว่าห้าพันคน ทั้งในมิติด้านสุขภาพ จิตใจ สังคมและวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันแบบมืออาชีพ
เราพัฒนาเพื่อนร่วมงานของเราทุกระดับเพื่อให้มีความรู้เชิงเทคนิค และการบริหารงานที่ทันต่อสถานการณ์ สภาวะการแข่งขันและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มพูนทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็นในยุค Digital พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำและการทำงานร่วมกันเป็นทีม บริหารผลตอบแทนและความก้าวหน้าในอาชีพที่ยุติธรรมและโปร่งใสครับ
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้พวกเราผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จร่วมกันกับแบรนด์ Watsons

Watsons Thailand ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน และการสร้างความสามัคคีระหว่างพนักงานต่างเจเนอเรชันอย่างไร และเพราะเหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญต่อองค์กรในปัจจุบัน ?
จิระวัฒน์: เราปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพแวดล้อมที่เราแต่ละรุ่นเติบโตและถูกหล่อหลอมมานั้นแตกต่างกัน ส่งผลให้วิธีคิดและการแสดงออกเชิงพฤติกรรมของคนแต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน เรามีเพื่อนพนักงานกว่าห้าพันคนในทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย และพวกเราต้องอาศัยความเป็นหนึ่งเดียวด้วยการทำงานเป็นทีมอย่างมี Unity เพื่อให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายได้
แต่ไม่ว่าเพื่อนร่วมงานจะมีอายุแตกต่างกันแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อว่าพวกเขาล้วนต้องการเหมือนกันคือ โอกาสพิสูจน์ฝีมือ, ความต้องการความสำเร็จในงานที่ทำ, ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน, ค่าตอบแทนที่เหมาะสมและยุติธรรม, การได้รับความยอมรับ, การได้รับการดูแลในฐานะเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่มีศักดิ์ศรี และยอมรับในความแตกต่างได้
ดังนั้นถ้าเราเข้าใจพื้นฐานความต้องการเหล่านี้ เราจะสามารถสร้างสรรค์สังคมและบรรยากาศการทำงานที่โอบรับเพื่อนร่วมงานได้ทุกรุ่น จากนั้นเรากำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน เชื่อมโยงกับการบริหารค่าตอบแทน การชื่นชมและให้รางวัล รวมถึงโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ ก็จะทำให้ทุกรุ่นทุกวัยสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมี Unity
ที่ Watsons Thailand เราเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องอาศัยทีมงานที่เป็นหนึ่งเดียวกันครับ
คุณคิดว่า “รางวัล” โดยภาพรวมมีความสำคัญต่อ Watsons Thailand อย่างไร แล้วทำไมรางวัลสาขา HR จึงจำเป็นต่อวงการธุรกิจ ?
จิระวัฒน์: ปกติเวลาเราเลือกซื้อสินค้า เราเองยังต้องการความมั่นใจ ดูว่าสินค้านั้นได้รับการรับรองจากองค์กรหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้หรือไม่ ผู้สมัครงานและคนเก่ง ๆ ก็เช่นเดียวกันครับ การจะตัดสินใจเลือกทำงานในองค์กรใด เขาก็ต้องการความมั่นใจว่าเขาพาตัวเองไปอยู่ในองค์กรและสังคมที่ตอบโจทย์เขาได้
รางวัลที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่เชื่อถือได้ ก็คือเครื่องหมายการันตีถึงสิ่งที่เราได้ทำลงไปและได้รับความยอมรับเมื่อเทียบกับองค์กรอื่น ๆ แล้วเราทำได้ดีกว่าเขา และอยู่ในระดับแนวหน้า อย่างรางวัล Best Company To Work For in Asia ก็การันตีได้ว่า Watsons Thailand ของเราเป็นบริษัทที่ดีในระดับแถวหน้าเมื่อเทียบกับองค์กรอื่น ๆ ในเอเชียเรื่องการดูแลและให้คุณค่ากับเพื่อนร่วมงานของเรา
รางวัลจึงเปรียบเสมือนแม่เหล็กที่เพิ่มแรงดึงดูดให้คนเก่ง ๆ เลือกมาร่วมงานกับเรา และดึงดูดคนที่อยู่กับเรายังคงอยู่ต่อไปไม่เปลี่ยนใจไปทำงานที่อื่นครับ

อะไรคือแนวโน้มสำคัญของ HR ที่จะมีผลต่ออนาคตของแรงงานในศตวรรษหน้า ?
จิระวัฒน์: ไม่มีใครปฏิเสธว่า การเปลี่ยนแปลงในระยะหลังเกิดขึ้นรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี และ AI มาสู่ชีวิตประจำวันและธุรกิจ จึงจำเป็นต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างยิ่ง เราเตรียมความพร้อมของเพื่อนร่วมงานของเราให้พร้อมสำหรับความต้องการของลูกค้าและการแข่งขันในอนาคตเป็นสิ่งที่เราทำมาอย่างต่อเนื่อง
เราเริ่มโครงการ Fit For the Future มา 4-5 ปีแล้ว ด้วยการปรับ Mindset และ Upskill / Reskill เพื่อนร่วมงานของเราให้พร้อม ส่วนเรื่องการดึงดูดและรักษา Talent นั้น เราปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพิ่มความยืดหยุ่นแบบ Hybrid และ Remote Work โดยยังรักษาสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และความต้องการของเพื่อนพนักงานโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ การใส่ใจเรื่อง People Wellbeing ทั้งสุขภาพร่างกาย จิตใจ และสภาพแวดล้อมสังคมในที่ทำงาน รวมถึงการยอมรับในความแตกต่าง (DEI: Diversity, Equity, & Inclusion)
เราพยายามมาโดยตลอดเพื่อสร้าง Watsons Thailand ของเราให้เป็น “A Workplace of Opportunity” ด้วยการพิจารณา และให้โอกาสความก้าวหน้าจากความสามารถและภาวะผู้นำเป็นสำคัญ
อีกสิ่งที่สำคัญและเป็นปัจจัยให้แบรนด์นายจ้างเป็นที่ยอมรับและเป็นทางเลือกก็คือ การใส่ใจ ให้ความสำคัญ และการลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability: People-Planet-Product) ซึ่งไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูด รักษา และสร้างความผูกพันให้กับคนในองค์กรเพื่อให้แน่ใจว่าทีมงานที่แข็งแกร่งของเราจะสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมต่อเนื่องต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้าครับ

คุณมีคำแนะนำอะไรแก่คนรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน HR เพื่อเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาบ้าง ?
ผมอยากแนะนำว่า มี 2 สิ่งที่ HR ที่ประสบความสำเร็จไม่มีไม่ได้นั่นคือ
- ความเข้าใจธุรกิจและความต้องการทางธุรกิจ
- ความเข้าใจคนและความต้องการของคน
ไม่ว่าวันนี้หรือในอนาคตเราจะพบกับความท้าทายใด ๆ การแข่งขันทางธุรกิจจะดุเดือดเพียงใด เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแค่ไหน 2 สิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ผมคิดว่า HR Leader ต้องมีเสมอในธุรกิจต้องมีคนทำงานด้านคน เพื่อให้คนสร้างผลงานและทำให้เป้าหมายของธุรกิจประสบความสำเร็จ
ดังนั้นทั้ง 2 สิ่งต้องควบคู่กันและอยู่ในสมดุลที่ตอบสนองความต้องการได้ทั้งคนและธุรกิจครับ
