ปลดล็อกพลังครีเอทีฟ ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ เพื่อพร้อมก้าวสู่การทำงานในโลกดิจิตอลยุคใหม่

หนึ่งในข้อมูลน่าสนใจที่เกิดขึ้นหลังจากเกิด Digital Disruption ที่ทำให้เกิด Organization & People Transformation ขึ้นกับทุกธุรกิจและอุตสาหกรรมบนโลกใบนี้ก็คือ โลกของการทำงานในยุคหน้านับตั้งแต่ปี ค.ศ.2020 เป็นต้นไปนั้น CREATIVVITY หรือ ความคิดสร้างสรรค์ ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 3 ทักษะที่จำเป็นต่อมนุษย์สำหรับแรงงานในโลกยุดดิจิตอลนี้ และนั่นเป็นที่มาของของการพัฒนาทักษะในด้าน Creativity & Innovation ที่กำลังกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาทักษะบุคลากรในยุคใหม่ และกำลังได้รับความสนใจจากทุกแวดวงมากขึ้นเรื่อยๆ

CR : James Taylor Website

Inspiring Creative Minds – แรงบันดาลใจแห่งปัญญาเชิงสร้างสรรค์ นั้นถือเป็นหลักปรัชญาส่วนตัวข้อแรกสุดของ James Taylor นักเขียนและวิทยากรชื่อดังระดับโลกที่เขาตั้งไว้ให้กับทิศทางขีวิตของตัวเอง แล้วมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เขามุ่งมั่นสร้างสรรค์แรงบันดาลใจในด้านครีเอทีฟให้เกิดขึ้นในตัวทุกคนเช่นกัน นอกจากจะถูกรับเชิญจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งให้ไปเป็นวิทยากรพิเศษเพื่อสร้างวัฒนธรรมการสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในองค์กรต่างๆ แล้ว เขาก็ยังตระเวนไปเป็นวิทยากรบนเวทีทั่วโลกมากมายที่ตั้งใจปลุกความครีเอทีฟในตัวทุกคนให้เกิดขึ้น แล้วก็นับว่าเป็นโขคดีของเมืองไทยด้วยเช่นกันที่คราวนี้ James Taylor จะบินนำเอาคอร์สเวิร์กชอปพิเศษของเขาที่เคยจัดให้กับองค์กรใหญ่ๆ ทั่วโลกให้คนไทยได้ลองสัมผัสกัน

Unlock Your Creative Potential & Building a More Creative Culture by James Taylor in Thailand

เวิร์กชอประดับเวิลด์คลาสที่ว่านี้ก็คือ Unlock Your Creative Potential & Building a More Creative Culture ที่จัดโดย M academy ซึ่งเวิร์กชอปนี้สร้างสรรค์ขึ้นด้วยตัวของ James Taylor เองเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างคนในองค์กรต่างๆ ให้มีความครีเอททีฟ กล้าคิด กล้าสร้างสรรค์ กล้าที่จะฉีกออกจากกรอบความคิดเดิมๆ ไปจนถึงขนบเก่าๆ เพื่อก้าวเดินสู่หนทางใหม่ๆ ตลอดจนรู้จักการหาวิธีคิดใหม่ๆ รวมถึงใช้เครื่องมือที่มีประโยชน์ให้เป็น เพื้อก้าวให้ทันโลกยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้นั่นเอง วิทยากรชื่อดังมากประสบการณ์ท่านนี้จะมาพร้อมคำถามที่ว่า Why “SUPERCREATIVITY” this year? ทำไมต้องเป็น SUPERCREATIVITY ในปีนี้ และมาพร้อมกับคำตอบตลอดจนเคล็ดลับดีๆ อีกมากมายที่จะช่วยปลุกจิตวิญญาณนักสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในตัวเราทุกคน

ทำไมจึงต้องพัฒนาศักยภาพด้าน Creativity & Innovation

ทำไมทุกปัญหารอบด้านถึงต้องการแก้ไขได้ด้วย Creativity & Innovation?

  • เพราะสิ่งที่เคยทำแล้วได้ผลในอดีต วันนี้อาจไม่ใช่อีกต่อไป หากวันนี้เรายังคงคิดและทำในแบบเดิมๆ ก็แทบไม่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในโลกยุคปัจจุบันได้เลย ซึ่ง Creativity & Innovation สามารถช่วยผู้นำและองค์กรในการต่อยอดหรือแม้แต่ช่วยพลิกสถานการณ์ทางธุรกิจที่ไม่จำกัดอยู่แค่การออกแบบสินค้า แต่ยังสามารถปรับใช้ได้กับทุกด้านของธุรกิจได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดขาย การลดค่าใช้จ่าย การพัฒนาองค์กร การพัฒนาระบบขาย การพัฒนาประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า  การสร้างสรรค์ไอเดียที่แปลกใหม่ รวมถึงการส่งเสริมวัฒนธรรมขององค์กรให้คิดและทำอย่างสร้างสรรค์และมีนวัตกรรม

Creativity & Innovation ช่วยในการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้อย่างไร?

  • แนวความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ จะช่วยให้เราพบทางออก ตลอดจนเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจได้ทั้งกระบวนการ โดยใช้ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดสร้างนวัตกรรมต่างๆ ขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยปรับปรุงและพัฒนากระบวนการขาย  ช่วยลดค่าใช้จ่าย ช่วยกระตุ้นการเติบโตของรายได้ เพิ่มผลกำไร คิดสร้างประสบการณ์ที่ดีและแตกต่างให้แก่ลูกค้า พัฒนาส่งเสริมวัฒนธรรมขององค์กรให้คิดและทำอย่างสร้างสรรค์เพื่อต่อยอดธุรกิจนั่นเอง

ทำไมเวิร์กชอป Creativity & Innovation นี้จึงมีประโยชน์กับเราหรืององค์กร?

  • เพราะยุคดิจิตอลนี้ AI ตลอดจนเทคโนโลยีทันสมัยต่างๆ จะเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์เกินกว่าครึ่งของงานที่มีอยู่บนโลกนี้ที่เราทำอยู่ ซึ่ง “CREATIVVITY” ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 3 ทักษะที่จำเป็นต่อโลกยุดใหม่นี้ ไม่ว่าวันนี้เราจะอยู่ในธุรกิจแบบไหน ทำอาชีพอะไร ก็จำเป็นต้องพัฒนาตนเองเพื่อให้สามารถทำงานให้เข้ากับตลาดแรงงานในยุคใหม่นี้ได้ รวมถึงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น และพร้อมก้าวไปกับงานหรือตำแหน่งหน้าที่ใหม่ๆ ที่ต่างไปจากยุคก่อนซึ่งจะเกิดขึ้นอีกมากมายในยุคดิจิตอลนี้

James Taylor ยังเคยพูดในคลิปโปรโมทเวิร์กชอปของเขาว่าจากการสำรวจข้อมูลพบว่า CREATIVVITY หรือ ความคิดสร้างสรรค์ ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 3 ทักษะที่จำเป็นต่อมนุษย์สำหรับแรงงานในโลกยุดดิจิตอลนี้ ซึ่งคำว่า CREATIVITY ในยุคใหม่นี้ไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องสร้างสรรค์อะไรให้บรรเจิด แปลก แหวกแนว เป็นจุดสนใจเท่านั้น แต่ความครีเอทีฟที่ว่ายังรวมถึงการกล้าที่จะออกจากกรอบเดิมๆ สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ขึ้นบนโลกให้ได้ หรือกล้าที่ลองในสิ่งที่ไม่คุ้นเคย กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าที่จะเสี่ยง แล้วก็รู้จักล้มและลุกเป็น ไม่กลัวกับความล้มเหลว เพราะนี่คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้แข็งแกร่งและไกลกว่าเดิมเช่นกัน สิ่งเหล่านี้แหละถือว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญของคนยุคดิจิตอลที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในอนาคต หากองค์กรมีคนลักษณะนี้อยู่ หรือสามารถสร้างจิตวิญญาณสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในบุคลากรของตัวเองได้ โอกาสที่องค์กรจะพัฒนาและเติบโตขึ้นในรูปแบบหรือทิศทางใหม่ๆ ก็ย่อมมีมากกว่า และมีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

CR : James Taylor Facebook

สำหรับเวิร์กชอป Unlock Your Creative Potential & Building a More Creative Culture ที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ จะจัดกันในวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ในรูปแบบ 1 day workshop ที่ดำเนินการเวิร์กชอปโดย James Taylor เอง (บรรยายภาษาอังกฤษ) ตั้งแต่เวลา 09.30-17.00 น. ที่ M academy ชั้น 6 อาคาร Big C ราชดำริห์ กรุงเทพฯ ตลอดทั้งวันจะมีการบรรยาย สร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงฝึกใช้เครื่องมือที่เป็นประโยชน์ต่อการนำเอาความคิดสร้างสรรค์ไปใช้ประโยชน์ รวมถึงสร้างสังคมสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นกับองค์กรได้ด้วย

สิ่งที่เราจะได้รับจากการเข้าร่วมเวิร์กชอปนี้
  • รับฟัง Case Study วิธีคิดพัฒนาแผนธุรกิจนวัตกรรมใหม่ของบริษัทระดับโลก
  • แบ่งกลุ่มฝึกใช้ Tools ต่างๆ ที่จะช่วยให้เราแตกไอเดียออกไปได้มากมายแบบไม่มีขอบเขตและขีดจำกัด
  • ฝึกใช้ Tools ที่จะช่วยแยกแยะความคิดตลอดจนไอเดียที่สามารถนำไปต่อยอได้จริงออกจากไอเดียทั่วไป
  • จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่ากว่า 98% ของผู้ที่เข้าร่วมเวิร์กชอปนี้ค้บพบว่าตนเองสามารถคิดสร้างสรรค์ได้มากกว่าที่คิด รวมถึงเข้าใจวิธีการคิดแบบต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ได้มากขึ้นอีกด้วย
  • จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่ากว่า 100% ของผู้ที่เข้าร่วมเวิร์กชอปนี้สามารถนำเอา Tools ที่ถูกสอนไปปรับใช้ในการทำงานได้จริง และมีทักษะในด้าน Creativity & Innovation เพิ่มขึ้น

CR : James Taylor Facebook

ใครที่สนใจเข้าร่วมเติมองค์ความรู้ในการพัฒนาตนเองจากวิทยากรระดับโลกครั้งนี้ หรือองค์กรไหนอยากจะได้โนฮาวดีๆ ไปกระตุ้นพัฒนาความสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นกับองค์กรของตนบ้าง ก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมตลอดจนลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงาน (มีค่าใช้จ่าย) Unlock Your Creative Potential & Building a More Creative Culture กันได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลย

เกี่ยวกับวิทยากร

James Taylor (M.B.A / F.R.S.A) นักธุรกิจ ที่ปรึกษาทางธุรกิจ นักเขียน ตลอดจนวิทยากรที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จระดับโลก ทั้งยังการันตีด้วยราวัลคุณภาพระดับสากล เขาเป็นผู้นำแห่งโลกของการสร้างสรรค์ ตลอดจนเป็นนักสร้างแรงบันดาลในด้านครีเอทีฟที่โดดเด่นคนหนึ่งของโลกเลยทีเดียว เขามีประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรมามากกว่า 20 ปี เคยสอนให้กับผู้คนมากมายตั้งแต่นักลงทุน, นักการศึกษา, ผู้นำองค์กร, นักเขียน ไปจนถึงนักร้องที่โด่งดังระดับโลก ในการที่จะสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรมที่สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ขึ้นมาให้กับโลกใบนี้เสมอ

CR : James Taylor Website

นอกจากนี้เขายังเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์รวมถึงผู้จัด Padcast ด้านครีเอทีฟที่มีคนติดตามมากมาย ตลอดจนเป็นผู้ก่อตั้ง C.SCHOOL™ สถาบันที่สอนคอร์สด้านการสร้างสรรค์และให้แรงบันดาลใจในนวัตกรรมที่เคยสอนผู้คนมาแล้วมากมายกว่า 120 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งคอร์สและเวิร์กชอปของ James Taylor นั้นจะออกแบบกรอบของการทำงานแบบสร้างสรรค์ที่จะช่วยให้บุคลากรตลอดจนองค์กรต่างๆ ประสบความสำเร็จอย่างมีศักยภาพยิ่งขึ้น ที่ผ่านมามีองค์มากมายที่ไว้ใจให้เขาเข้าไปพัฒนาศักยภาพบุคลากรขององค์กรตั้งแต่องค์กรระดับสตาร์ทอัพใน Silicon Valley ไปจนถึงองค์กรใหญ่ๆ ระดับโลกอย่าง Apple, Yamaha, SONY, Johnson & Jonson, BBC, Mercedes-Benz, SEIKO, TOYOTA, HONDA, McKinsey & Company, Deloitte และ IKEA เป็นต้น

CR : James Taylor Website

James Taylor เปิดคอร์สการสอนและเวิร์กชอปต่างๆ ใน 3 หมวดด้วยกัน คือ Music Training, Speaker Training และ  Creative Training ที่เวิร์กชอป Unlock Your Creative Potential & Building a More Creative Culture เป็นหนึ่งในคอร์สที่จัดอยู่ในหมวดนี้ด้วย แล้วก็ถือเป็นคอร์สของเขาที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จระดับโลก และได้รับการยอมรับในระดับสากลจากองค์กรทั่วโลกตลอดจนผู้คนมากมาย

Information